Behind the Song: 6th Single - ROSERIA ผกาแห่งรักนิรันดร์
- FAHPAH⚡

- 1 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที

Before the Rose of Eternal Love
ก่อนจะเกิดกุหลาบแห่งรักนิรันดร์
เพลง ROSERIA มีจุดเริ่มต้นจากเพลงที่ฟ้าอยากจะ Cover มาก ๆ เพลงหนึ่ง แม้ดนตรีทั้งหมดจะถูกเขียนขึ้นมาโดยมีเพลงนั้นเป็นแรงบันดาลใจ แต่ฟ้ามั่นใจตั้งแต่แรกว่าทำมันออกมาได้แตกต่าง และเป็นตัวเองอย่างที่สุด ฟ้าอยากพิสูจน์ให้เห็นว่า เพลงหนึ่งเพลงสามารถถูกตีความและสร้างความแตกต่างออกมาได้มากมาย โดยไม่จำเป็นต้องยึดติดกับต้นฉบับหรือกรอบเดิม ๆ
แต่จุดที่ทำให้ทุกอย่างเปลี่ยนไปคือเรื่องของ ลิขสิทธิ์ สิ่งที่เป็นของฟ้าอย่างแท้จริง คือดนตรีที่ฟ้าเขียนขึ้นมาด้วยมือตัวเอง ฟ้าจึงเลือกที่จะเขียนทำนองใหม่และเนื้อร้องใหม่ทั้งหมด โดยเก็บ “หัวใจ” ของเพลงที่เคยอยาก Cover เอาไว้เพียงอย่างเดียว นั่นคือการเลือก กุหลาบ มาเป็นศูนย์กลางของเรื่องเล่า
การตัดสินใจเปลี่ยนจากเพลง Cover มาเป็น Original Song เป็นเรื่องที่ลำบากใจมาก ๆ เพราะตอนนั้นการอัดเสียงดำเนินไปเกิน 70% แล้ว ทุกอย่างกำลังจะเสร็จอยู่แล้ว แต่เมื่อย้อนคิดถึงเพลงก่อนหน้าที่เคยติดลิขสิทธิ์ ความรู้สึกว่าความทุ่มเทและความตั้งใจมันละลายหายไป ก็กลับมาอีกครั้ง ฟ้ารู้ว่าฟ้าผิด และยอมรับตรงนั้น แต่ในเมื่อดนตรีชิ้นนี้เป็นสิ่งที่ฟ้าเขียนขึ้นมาเอง ฟ้าก็อยากทำให้มันเต็มที่ อยากให้มันเป็นของฟ้าอย่างแท้จริง มากกว่าการเสี่ยงให้มันต้องหายไปอีกครั้ง
ในวันที่ตัดสินใจได้ ฟ้าพยายามตัดทำนองของเพลง Cover ออกจากหัว แล้วเริ่มใหม่ทั้งหมด ปล่อยให้ตัวเองร่ายรำไปกับท่วงทำนองของตัวเองทันที และนั่นคือช่วงเวลาที่ฟ้ารู้สึกว่า เพลงนี้เกิดมาเพื่อเป็น Original Song ตั้งแต่ต้นจริง ๆ และมันก็กลายเป็นเพลงแรกของฟ้าที่ดนตรีเสร็จก่อนเนื้อร้องและทำนองอย่างสมบูรณ์
ถ้าจะพูดถึงความเหมือนของ ROSERIA กับเพลงก่อนหน้า อาจมีเพียง “กุหลาบ” เท่านั้นที่เป็นแกนร่วมกัน นอกนั้นทั้งดนตรี ทำนอง และเนื้อร้อง ต่างก็แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ฟ้าเลือกดึงความเป็นตัวเองออกมาอย่างเต็มที่ เพื่อเติมความหมายของคำว่า “กุหลาบ” ในแบบของตัวเอง หรืออาจจะเรียกว่าแอบขิงนิด ๆ ทำให้มัน “เยอะ” กว่าเดิมหน่อย 5555
แต่แน่นอนว่าฟ้ารักเพลงก่อนหน้านั้นมาก ถึงได้อยากทำ และทุ่มเทกับมันขนาดนี้ตั้งแต่แรก และ ROSERIA ก็ไม่ได้เกิดขึ้นจากการปฏิเสธเพลงเดิม หากแต่เป็นการพา “กุหลาบ” เดินทางมาไกลขึ้น ในแบบที่เป็นฟ้ามากที่สุด
Behind the scenes of music production
เบื้องหลังการทำงานของเพลง
ย้อนกลับไปช่วงแรกของการเรียบเรียงดนตรี ฟ้าเริ่มต้นจากการตั้งใจทำเพลงนี้ในฐานะเพลง Cover มาก่อน ฟ้าเลือกฉีกทางคอร์ดของต้นฉบับออกทั้งหมด แล้วเขียนดนตรีใหม่ในสไตล์ของตัวเอง ซึ่งหลายคนน่าจะนึกถึง ERRAR ซิงเกิลที่ 3 ของฟ้า ดนตรีจะไปทาง Electronic Pop / Synth Pop ที่มีทั้งความ Sexy และความหนักแน่น ควบคู่ไปกับการดีไซน์การร้องประสานสำหรับนักร้องสามคนตั้งแต่แรกเริ่ม
เมื่อแนวทางของเพลงถูกปรับมาเป็น Original Song ดนตรีและการออกแบบลายประสานเสียงเหล่านั้นจึงกลายเป็น “ของฟ้า” อย่างสมบูรณ์ สิ่งที่เหลืออยู่คือการสร้างคำร้องและทำนองใหม่ทั้งหมดให้สอดคล้องกับดนตรีที่มีอยู่แล้ว
เมื่อดนตรีไม่ได้หลงเหลือเค้าเดิมของเพลงที่ตั้งใจจะ Cover เป็นทุน การทำเนื้อร้องและทำนองใหม่จึงกลับง่ายและเข้าปากกว่าเดิม เหมือนเป็นเพียงการเพิ่มความเป็นตัวเองเข้าไปอีกขั้น มากกว่าการเริ่มต้นจากศูนย์
ในส่วนของคำร้อง ฟ้าเลือกใช้ภาษาที่ดูออดอ้อนและมีกลิ่นอายกวี ตั้งแต่ประโยคแรกที่เปิดด้วยคำว่า “โถเจ้าเอ๋ย” ซึ่งในบริบทของเพลง Pop ปัจจุบัน อาจไม่ค่อยมีใครเลือกใช้คำเก่า ๆ ในลักษณะนี้มากนัก แต่ด้วยความที่ภาคดนตรีของฟ้ามีกลิ่นอายความเป็นญี่ปุ่นและสากลค่อนข้างชัด ฟ้าจึงตั้งใจร้อยเรียงคำร้องและทำนองให้มีลักษณะเอื้อนเอ่ยออดอ้อนในแบบเพลงไทย ขณะที่ทำนองกลับไม่ได้มีความเป็นไทยเลยในเชิงโครงสร้าง เพียงแต่เลือกใช้โน้ตที่ช่วยขับคำร้องแต่ละคำให้ออกมาชัดเจน และทำให้ภาษาไทยฟังดูงดงามที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้
อีกหนึ่งองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้สำหรับเพลงที่มีนักร้องมากกว่าหนึ่งคน คือการออกแบบลายประสานเสียง ซึ่งเป็นสิ่งที่ฟ้าค่อนข้างมั่นใจว่าเป็นสไตล์ของตัวเองมาก ๆ ฟ้าเลือกออกแบบการประสานให้สามเสียง สามสไตล์ สามตัวตน สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืน และช่วยส่งเสริมกันโดยไม่กลบกันเอง
เสียงร้องและการออกแบบการประสาน
เอกลักษณ์ของเสียงนักร้องแต่ละคนในเพลงนี้ค่อนข้างเด่นชัด และเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญของการออกแบบเพลง SOPHIAYAH มีทั้งโทนและเรนจ์เสียงที่บ่งบอกถึงความเป็น Soprano อย่างชัดเจน เสียงใส กังวาน และเปิด ทำให้ภาพรวมของเพลงดูสว่างขึ้น เหมือนมีแสงบางอย่างถูกเติมเข้ามาในดนตรี
ในส่วนของ FAHPAH โทนเสียงจะอุ่นกว่า อยู่ในช่วง Mezzo Soprano ไปจนถึง Alto น้ำเสียงมีความนุ่ม และมีเสียงลมเจืออยู่เล็กน้อย ช่วยเพิ่มความอบอุ่นและความหวานให้กับเพลง ขณะเดียวกัน ในช่วงเสียงสูงก็สามารถดันพลังโดยรวมของเพลงขึ้นมาได้อย่างพอดี ไม่แข็งหรือกดดันจนเกินไป
และสุดท้ายคือ JAN ACOUST’ ME เสียงใสกังวานแต่มีความทุ้มต่ำที่ชัดเจน โดดเด่นในโน้ต Alto อย่างมาก เสียงที่คมและหนักแน่นช่วยทำให้โครงสร้างของเพลงดูกระชับขึ้น และเป็นเหมือนแกนที่คอยพยุงภาพรวมของเสียงทั้งหมดเอาไว้
ความแตกต่างของนักร้องทั้งสามคนนี้ ทำให้การประสานเสียงออกมามีมิติ ฟังแล้วไม่กลืนกัน ผู้ฟังสามารถแยกได้ชัดเจนว่าเสียงของใครอยู่ตรงไหนของเพลง และสามารถเลือกเงี่ยหูฟังรายละเอียดของแต่ละเสียงได้อย่างเป็นธรรมชาติ
การเลือกใช้นักร้องถึงสามคน ไม่ได้เป็นเพียงการเพิ่มสีสันให้กับเพลงเท่านั้น แต่ยังช่วยสะท้อนถึงความหลากหลายของความรัก ทั้งในแง่มุมของประสบการณ์ ความรู้สึก และความแตกต่างของตัวตน รวมถึงความหลากหลายทางเพศ ที่สามารถอยู่ร่วมกันได้อย่างกลมกลืนในบทเพลงเดียวกัน
ROSE + RIA
ความหมายของชื่อเพลง
ROSERIA เป็นคำที่เกิดจากการผสมระหว่าง Rose และ Ria ชื่อที่ตั้งขึ้นเพื่อเล่าเรื่องราวของการเดินทางของ “รักนิรันดร์” กว่าจะได้พบใครสักคน แม้แต่ดอกกุหลาบเองก็ยังต้องผ่านการเดินทางอันยาวนาน ความรักจึงไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นง่าย และไม่ใช่สิ่งที่งดงามตั้งแต่แรกเสมอไป
การได้พบใครสักคนไม่ต่างจากการค่อย ๆ เดินเข้าสู่ปากน้ำแสนสงบ พื้นที่ที่หัวใจเริ่มชะลอลง ท่ามกลางคลื่นที่เราสร้างขึ้นเองระหว่างทาง ทั้งจากความคาดหวัง ความกลัว และความไม่แน่ใจ ก่อนจะรู้ตัวว่าการเดินทางนั้นกำลังพาเราไปสู่จุดที่ควรหยุดพักหัวใจ
Rose คือดอกไม้ที่ทั่วโลกยอมรับให้เป็นสัญลักษณ์ของความรัก มีตำนานมากมายที่เล่าถึงความเจ็บปวด การเสียสละ และการพิสูจน์ว่าความรักที่ยืนยงไม่เคยเป็นเส้นทางที่ง่ายเลย ขณะที่ Ria หมายถึงปากแม่น้ำหรืออ่าวชายฝั่ง จุดที่การเดินทางของสายน้ำมาบรรจบและได้พักลง คำนี้ยังถูกเชื่อมโยงถึงความรู้สึกอิ่มเอม รวมถึงการสื่อสารผ่านเสียงและทำนองเพลง เปรียบเสมือนช่วงเวลาที่หัวใจได้หยุดพักหลังจากเดินทางผ่านอะไรมาแล้วมากมาย
เมื่อความหมายของทั้งสองคำมารวมกัน ROSERIA จึงเป็นกุหลาบของความรักที่ไม่ได้งดงามเพราะไม่เคยผ่านอะไรมา แต่เพราะมันได้เดินทางมาไกลพอ จนพร้อมจะเบ่งบาน และถูกถ่ายทอดออกมาผ่านเสียงและทำนองของนักร้องที่มีเอกลักษณ์แตกต่างกัน เพื่อยืนยันว่า ความรักในบทเพลงนี้ไม่ใช่เพียงความรู้สึกชั่วคราว แต่คือการเดินทางของหัวใจที่ในที่สุดก็ได้พบที่พักใจของตัวเอง
The story of the rose in this song
เรื่องราวของกุหลาบในบทเพลงนี้
เพื่อให้เห็นทั้งความสวยงาม และความตรากตรำกว่าจะพบใครสักคนที่เราอยากมอบ “กุหลาบแห่งรักนิรันดร์” ให้ ฟ้าพยายามสร้างนิยามของกุหลาบขึ้นมาใหม่ผ่านเนื้อหาของเพลงนี้ โดยยังคงยึดความรู้สึกต่อกุหลาบแดงในแบบสากลเอาไว้ พร้อมกับค้นหาตำนานเด่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับดอกกุหลาบมาเป็นบทนำของเรื่องเล่า เพื่อแสดงให้เห็นว่า ทุกความรัก ทุกตำนานของกุหลาบ ล้วนเต็มไปด้วยขวากหนาม ก่อนจะพาเรื่องราวมาสู่ความรักที่ทุกคนต้องเคยเผชิญ ผ่านทั้งประสบการณ์ที่ดีและแย่ จนกระทั่งได้พบกับใครบางคนที่เรารู้สึกว่าอยากมอบ “กุหลาบแห่งรักนิรันดร์” ให้อย่างแท้จริง
ฟ้าเลือกสร้างกุหลาบในแบบของตัวเองให้มีพลังที่แตกต่างออกไป โดยอิงจากการค้นพบฟอสซิลของกุหลาบที่เก่าแก่ที่สุด ซึ่งมีอายุมากกว่า 70 ล้านปี คำร้องที่ว่า “กว่า 70 ล้านปีที่สัญลักษณ์ของความรักไร้มลายได้กำเนิดมาเพื่อเธอหนา ดังพยานแห่งรักเรา” จึงเป็นการเหมาความหมายตั้งแต่จุดเริ่มต้นที่ยาวนานที่สุดของดอกกุหลาบ ไปจนถึงกุหลาบนับไม่ถ้วนในปัจจุบัน ว่าทั้งหมดนั้นเกิดมาเพื่อเป็นสักขีพยานของความรักในแบบของตัวเอง
ฟ้าคิดว่าคนที่เติบโตในระดับหนึ่ง คงรู้สึกถึง “หนามของกุหลาบ” ได้ชัดเจนไม่แพ้ใคร ผ่านการตัดสินใจที่ผิดพลาด การกระทำที่พลาดไป น้ำตา ความเย็นชา หรือสถานการณ์ใดก็ตามที่ทำให้ความรักในแต่ละครั้งต้องจบลง จนบางครั้งอาจเผลอคิดไปว่า เราคงไม่พบคนที่ใช่สำหรับตัวเองจริง ๆ
แต่แล้วในช่วงเวลาหนึ่ง ใครคนนั้นก็ได้ปรากฏขึ้นมา และทำให้เรากล้าจะเสี่ยงกับความรักอีกครั้ง ความรักครั้งนี้อาจดูจริงยิ่งกว่าครั้งไหน ๆ เป็นความรักที่เราพร้อมจะมอบกุหลาบ ตั้งแต่กุหลาบที่ผ่านเวลายาวนาน ไปจนถึงกุหลาบในปัจจุบันให้เขา เพราะในตอนนั้น เราได้กลายเป็นคนที่ดีขึ้น และพร้อมจะรักในแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน
สิ่งที่ฟ้าอยากสื่อสารผ่านบทเพลงนี้ ไม่ใช่แค่ให้ผู้ฟังรู้สึกว่า “คนพวกนี้กำลังมีความรัก” แต่เป็นการบอกกลาย ๆ ว่า อย่าเสียใจไปเลยที่ต้องผ่านดงหนามกุหลาบ ลองเปิดโอกาสให้ตัวเองเจ็บอีกครั้งก็ได้ ไม่ว่าคุณจะเป็นฝ่ายยื่นหนามให้ใคร เป็นฝ่ายรับหนามจากใคร เป็นคนที่ฝ่าดงหนามมาด้วยกันจนบาดแผลทนไม่ไหว หรือพยุงกันขึ้นมาจนพบว่าคนนี้แหละคือคนสุดท้าย… ทุกคนล้วนเติบโตขึ้นจากการได้รักใครสักคน
และในที่สุด คุณอาจได้พบใครสักคนที่อยากมอบ “กุหลาบแห่งรักนิรันดร์” ให้กับเขา แต่หากไม่เป็นเช่นนั้น คุณก็ยังสามารถกอดกุหลาบดอกนี้ไว้ และมอบความรักนิรันดร์ให้กับตัวเองได้เช่นกัน มันไม่ได้เสียหายอะไรเลย และงดงามไม่ต่างกัน เพราะ “เธอ” ในบทเพลงนี้ อาจเป็นใครก็ได้…รวมถึงตัวเราเอง
ฟังเพลง 『 ROSERIA - ผกาแห่งรักนิรันดร์ 』 ได้แล้ววันนี้
᯽ "ROSERIA" Website: https://fahpahstudio.com/roseria
᯽ "ROSERIA" Digital Streaming: https://lnkfi.re/roseria
#ROSERIA #ผกาแห่งรักนิรันดร์ #FAHPAH #JANACOUSTME #SOPHIAYAH #ToTheMoon #OriginalSong


